วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิเคราะห์เนื้อหากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ โดยใช้โปรแกรม Mind Manager

 




กลุ่มสาระการเรียนรู้  :  สังคมศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม
สาระการเรียนรู้  :  เศรษฐศาสตร์
หัวข้อ  :  เงินเฟ้อ เงินฝืด เงินตึง
ระดับชั้น  :  มัธยมศึกษาชั้นปีที่  3

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิดีทัศน์สื่อการเรียนการสอนเรื่อง วันเข้าพรรษา

การผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อการเรียนรู้

     ในที่นี้ดิฉันได้เลือก เรื่อง"วันเข้าพรรษา " เพื่อจัดทำเป็นสื่อในการเรียนรู้ ให้ง่ายต่อการจดจำของผู้เรียน ทำให้การเรียนรู้ การรับรู้เนื้อหาสาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้เรียนมีความสนใจในรายวิชานี้มากขึ้น จากผู้เรียนที่ไม่สนใจเรียนหรือไม่เข้าใจในเนื้อหา เมื่อนำสื่อการสอนนี้เข้าช่วยแล้ว ดิฉัันคิดว่า เด็กนักเรียนต่างๆเล่านั้นจะตั้งใจเรียนและเรียนอย่างเข้าใจ
1. Input
ผู้เรียน  :  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ :  1
โรงเรียน : โรงเรียนชลบุรี "สุขบท"ตำบลบางทราย อำเภอเมือง   จังหวัดชลบุรี  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา1 
กลุ่มสาระการเรียนรู้ :  สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
รายวิชา :  พระพุทธศาสนา
2.Process  
 1.วัตุประสงค์ของการเรียนรู้

         2.  การถ่ายทำ
      2.1.  รวบรวมความคิดภายในกลุ่มหรือเสนอข้อคิดต่างๆภายในกลุ่มเพื่อเลือกหัวข้อในการ
               จัดทำสื่อวีดีทัศน์เพื่อการเรียนรู้ 
      2.2.  ระยะเวลารวบรวมข้อมูล วันที่ 4  สิงหาคม - 7  สิงหาคม  2554
      2.3.  ระยะเวลาถ่ายทำการแสดงประกอบเนื้อหารายวิชา วันที่ 8 สิงหาคม -9  สิงหาคม  2554
      2.4.  ระยะเวลาการตัดต่อเนื้อหาวีดีทัศน์เพื่อการเรียนรู้ วันที่ 9 สิงหาคม - 10 สิงหาคม  2554
      2.5.  ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหารายวิชาและภาพประกอบในวีดีทัศน์เพื่อการเรียนรู้
      2.6.  แก้ไขผลงานหรือตัวเนื้อหาวีดีทัศน์ให้สมบูรณ์พร้อมที่จะเผยแผ่ต่อสาธารณชน
     3. นำเสนอผลงาน
       3.1.  นำเสนอผลงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษาในรายวิชา
       3.2.  อาจารย์ที่ปรึกษาแก้ไขผลงาน พร้อมกับ นำเสนอแนวคิดต่างๆ
       3.3.  นำผลงานมาแก้ไข พร้อมกลับทำผลงานให้ดียิ่งขึ้น
       3.4.  นำเสนอผลงานโดยเสนอผ่าน Blogger  ของตัวเอง
3. Output

     เพื่อให้ทราบถึงประวัติวันเข้าพรรษา ความสำคัญและกิจกรรมที่ควรปฎิบัติทำในวันเข้าพรรษา
       บทเรียนวีดีทัศน์การเรียนรู้ เรื่อง " วันเข้าพรรษา'' นี้ เป็นการเรียนการสอนให้รู้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา ว่าวันเข้าพรรษามีมาได้อย่างไร และมีได้อย่างไร แผ้าอาบน้ำฝนเป็นคนเเรก
4.Feedback
      เมื่อผู้เรียนได้ทำการศึกษาในสื่อวีดีทัศน์เพื่อการเรนียนรู้ ในเรื่อง วันเข้าพรรษานี้แล้ว ผู้จัดทำเชื่อหมั่นว่า ผู้เรียนจะต้อวได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย ในเนื้อหาของเรื่องนี้  ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมา ว่ามีความเป็นมาเช่นไรและควรปฎิบัติทำกิจกรรมใดในวันเข้าพรรษา   เพื่อที่จำนำมาปฏิบัติกัน
ภาพขบวนเเห่เทียนในวันเข้าพรรษา

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สถาบันวิทยาศาศตร์ทางทะเล

การไปศึกษาดูงานที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล

สถาบันวิทยาศตร์ทางทะเลนั้น
    ได้เเบ่งชั้นที่จัดแสดงต่างๆ ชั้นล่างจะเป็นการแสดงปลาทะเลต่างๆ สิ่งมีชีวิตต่างไม่ว่างจะเป็นดาวทะเล ปะการัง หอย ต่างๆ ฯไว้ในตู้กระจก เเละจำลองการเป็นอยู๋ของสัตว์ใต้ทะเลที่น่าสนใจมาก ชั้นที่สองจะจัดเเสดงเป็นสองส่วนจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวของทะเล ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล




ระหว่างการเข้ารับชมได้รับการบรรยายความรู้ในเรื่องต่างๆจากท่านวิทยากรด้วย ท่านชื่อ จิรศักดิ์  แช่มชื่น

ชั้นที่1
สถานที่เลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม
       
      เป็นส่วนที่จัดแสดงเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆที่อาศัยอยู่ในเขตน่านน้ำของไทย โดยทรัพยากรที่ใช้ในการให้ความรู้คือสิ่งมีชีวิตในทะเลชนิดต่างๆทั้งพืชและสัตว์ที่ยังมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะถูกเลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดที่มีระบบยังชีพสำหรับให้สิ่งมีชีวิตต่างๆเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในแต่ละตู้มีการจัดสภาพให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด แต่ละตู้จะมีป้ายเพื่อบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเลที่อยู่ในตู้ทั้งชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์ โดยหัวข้อต่างๆที่ให้ความรู้สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 หัวข้อใหญ่ ดังแสดงในแผนผังการจัดแสดงในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ได้แก่


   สำหรับส่วนที่จัดแสดงไว้ในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล บางแสนนี้ เป็นบริเวณเขตน้ำขึ้น-น้ำลง บริเวณที่เป็นหาดหิน และมีน้ำขังอยู่ตามแอ่งหิน ซึ่งลักษณะเช่นนี้เรียกกันทั่วไปว่า "แอ่งน้ำขึ้น-น้ำลง" (Tidal Pool) ตามธรรมชาติตามแอ่งน้ำขึ้น-น้ำลงเช่นนี้จะพบ กุ้ง ลูกปลาบางชนิด หอยนางรม ปูเสฉวน เม่นทะเล ดอกไม้ทะเล ดาวทะเล ฯลฯ


 






                                                                                                                                                              2. ปลาในแนวปะการัง
   บริเวณแนวปะการังนับเป็นแหล่งที่มีความ อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของทะเล เพราะสัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบ ซ่อนภัยและเป็นแหล่งอาหาร นอกจากนี้แล้วยังใช้เป็นที่สำหรับผสมพันธุ์ วางไข่ และเจริญเติบ โตของสัตว์ตัวอ่อนอีกด้วย สำหรับปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นปลาที่มีขนาดและมีสีสันสวย งาม เช่น ปลาสลิด ปลาการ์ตูน ปลาเขียวพระอินทร์ ปลาผีเสื้อ และปลาโนรี เป็นต้น 





  
3. การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต

     สิ่งมีชีวิตในทะเลเหมือนกับสิ่งมีชีวิตบน บกคือ มีการอยู่ร่วมกัน และพึ่งพาอาศัยกัน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การอยู่ร่วมกันแบบที่ เรียกว่า "ซิมไบโอซิส" (Symbiosis) ซึ่งหมายถึงการที่สิ่ง มีชีวิตสองชนิดอาศัยอยู่รวมกัน หรืออยู่ ปนกันโดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่ง กันและกัน เช่น ปลาการ์ตูน หรือ ปลาอินเดียแดงสามารถอยู่ร่วมกับ ดอกไม้ทะเล (sea anemone) ได้ โดยที่ปลา เหล่านี้จะอาศัยดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบ ภัยและสืบพันธุ์ ส่วนดอกไม้ทะเลจะได้รับ ประโยชน์จากปลาโดยการล่อเหยื่อหรือชัก นำเหยื่อให้เข้ามาใกล้พอที่ดอกไม้ทะเล จะจับเป็นอาหารได้
ดอกไม้ทะเลมีหนวดอยู่เป็นจำนวนมากและ ที่บริเวณปลายหนวดของมันจะมีเข็มพิษหรือ ที่เรียกว่า "นีมาโตซีส" (Nematocyst) อยู่เป็นจำนวน มาก นอกจากเข็มพิษนี้แล้ว บริเวณหนวดของดอกไม้ ทะเลอาจ มีเมือกเหนียว ๆ อยู่ด้วย เวลาที่ปลาว่ายเข้า มาใกล้ตัวมันจะใช้หนวดพันปลาไว้ แล้ว จะปล่อยเข็มพิษ ทำให้ปลาสลบหรือช็อคตายแล้ว กินปลานั้นเป็นอาหาร
สำหรับเข็มพิษของดอกไม้ทะเลเหล่านี้ไม่ เป็นอันตรายต่อปลาการ์ตูน ปลาอินเดียแดงหรือปลาที่ อยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลเหล่านี้ เพราะปลาดัง กล่าวมีสารเคมีที่มีลักษณะเป็นเมือกหุ้ม ตัวอยู่โดยรอบ ซึ่งเป็นลักษณะที่ธรรมชาติสรรค์ สร้างให้มันอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยทั่ว ๆ ไปดอกไม้ ทะเลอาจไม่มีพิษกับคน ยกเว้นในกรณีของ บางคนอาจมีอาการแพ้เกิดขึ้นถ้าไป สัมผัสเข้า โดยจะเกิดผื่นแดง และมีอาการคันหรือ บวมได้




4. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำเค็มเป็นสัตว์โครงร่างแข็งที่ไม่ใช่กระดูกอยู่ภายในลำตัว และ บางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่ภายนอก เพื่อป้องกัน อันตราย และใช้ยึดของกล้ามเนื้อ เช่น หอย หมึก กุ้ง หนอนทะเล และ ฟองน้ำ ว่าเป็น สัตว์กลุ่มใหญ่ในทะเลและมหาสมุทร สัตว์จำพวกนี้ มีลักษณะแตกต่างกันออกไปทั้งขนาด รูปร่าง ที่ อยู่อาศัย และอุปนิสัยในการกินอาหาร บางชนิดมี อันตราย แต่หลายชนิดก็มีประโยชน์ และมีความสำคัญ ทางเศรษฐกิจ สัตว์เหล่านี้ ได้แก่ สัตว์ในไฟลั่ม โพริเฟอร์รา (Phylum Porifera) ไฟลั่มซีเลนเท อราต้า (Phylum Coelenterata) ไฟลั่มมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ไฟลั่มอาร์โทรโปดา (Phylum Arthropoda) และ ไฟลั่มเอคไคโนเดิร์มมาต้า (Phylum Echinodermata) เป็นต้น


5. ปลาเศรษฐกิจ ในทะเลและมหาสมุทรเขตร้อนเป็นบริเวณที่ค่อนข้างมีปลาชุกชุม และปลาหลายชนิดเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับประเภทของปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ

1. พวกที่นำมาเป็นอาหาร
2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม

6. ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ ปลาบางชนิดมีรูปร่างแปลก โดยมีรูปร่างหรือสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อหลบหลีกศัตรูหรือพรางตาเหยื่อ ปลาบางจำพวกนอกจากมีรูปร่างแปลกแล้ว ยังมีสีสันสวยงามและมีพิษด้วย ปลาประเภทนี้มีประมาณ 500 ชนิด รวมถึงปลาบางชนิดที่รับประทานแล้วเป็นพิษต่อมนุษย์
โดยทั่วไปปลาทะเลต่าง ๆ นั้นมีรูปร่างผิดแปลกแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยการกินอาหารการหลบซ่อนตัว หรือการอยู่อาศัย บางชนิดมีรูปร่างแบนลง เพื่อให้เหมาะสมกับการหากินบริเวณหน้าดิน เช่น ปลากระเบน ปลาลิ้นหมา ปลาวัว ปลาไหลทะเล ปลาปักเป้า ปลาสิงโต ปลาเหาฉลาม ปลาฉลามกบหรือฉลามแมว ปลาอุบ และ ปลากะรังหัวโขน เป็นต้น

 7. ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร ในทะเลและมหาสมุทรมีปลาขนาดใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่ มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ปลาที่มีขนาดเล็กรวมทั้งพวกที่มีสีสันสวยงามหลายพวก มักจะอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งหรืออยู่ในที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีที่กำบังและหลบภัย อาศัยอยู่มากในช่วงความลึกไม่เกิน 1,000 เมตร จากผิวน้ำ ได้แก่ ปลาที่เรารู้จักดี เช่น ปลาโอ ปลากะพงขาว ปลาหมอทะเล ปลาอินทรีย์ ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น ปลาอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ลึกลงไปเกือบถึงพื้นสมุทร ซึ่งลึกประมาณ 2,000 เมตร เช่น ปลาคอด เป็นต้น




                                    
ชั้นที่ 2
ส่วนแรก (หมายเลข 2 ในแผนผังการจัดแสดง) จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมง



 ส่วนที่สอง จัด แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวของทะเล ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล รวมทั้งความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ ดังมีรายละเอียดดังนี้

1. นิทรรศการเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล โดย ให้ความรู้ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่อาศัยอยู่ในทะเล คือ แพลงก์ตอนซึ่งมีบทบาทสำคัญของห่วงโซ่อาหารในทะเล สาหร่าย และหญ้าทะเล ฟองน้ำ สัตว์ที่มีโพรงลำตัว เช่น ปะการัง ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน เป็นต้น สัตว์จำพวกหนอนทะเล เช่น หนอนตัวแบนหนอนปล้อง หนอนริบบิ้น เป็นต้น สัตว์จำพวกหอย เช่น หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หมึก และหอยงวงช้าง เป็นต้น สัตว์ที่มีข้อปล้องในทะเล เช่น ปู กุ้ง กั้ง และแมงดาทะเล เป็นต้น สัตว์จำพวกคอร์เดทในทะเล เช่น เพรียงหัวหอม แอมฟิออกซัส และสัตว์ทะเลที่มีกระดูกสันหลัง ชนิดต่างๆ ได้แก่ ปลาทะเล โลมา พะยูน เต่าทะเล และจระเข้น้ำเค็ม รวมทั้งเรื่องราวของทะเล และสิ่งมีชีวิตในทะเลยุคดึกดำบรรพ์ เป็นต้น





2. นิทรรศการเรื่องราวของทะเล และระบบนิเวศในทะเล ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการแบ่งเขตของทะเล และระบบนิเวศต่างๆในทะเล รวมทั้งพืช และสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในแต่ละระบบนิเวศ โดยเริ่มตั้งแต่ ระบบนิเวศของป่าชายเลน ระบบนิเวศหาดหิน ระบบนิเวศหาดทราย และหาดโคลน ระบบนิเวศแนวปะการัง เป็นต้น




3. นิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ เป็นส่วนที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ เช่น เป็นแหล่งทำการประมงโดยใช้เครื่องมือประมงทะเล เช่น โป๊ะ และเรือประมงทะเลชนิดต่างๆ เป็นเส้นทางค้าขาย และเดินทางติดต่อกันของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องพบกับอุปสรรคนานาประการจากคลื่น ลม และพายุ จนทำให้เรืออัปปางเกิดเป็นเรื่องราวของการขุดค้น และศึกษาโบราณคดีใต้น้ำเป็นต้น



4. ห้องพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย และวิวัฒนาการของหอย ในห้องนี้จะจัดแสดงเกี่ยวกับเปลือกหอยที่พบในทะเลกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ลิ่นทะเล หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หอยงวงช้าง และหอยงาช้าง เป็นต้น รวมทั้งนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับหอยแต่ละกลุ่ม วิวัฒนาการของหอยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และการแบ่งกลุ่มของหอยที่มีอยู่ในโลก


       จากการที่ดิฉันได้ไปทัศนศึกษา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลในครั้งนี้






ทำให้ฉันได้รับความรู้ต่างๆมากมาย ได้รู้ถึงเทคโนโลยีต่างๆที่นำมาใช้ในการ



จัดเเสดงด้วย เช่น ได้ทราบว่าในสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมีการใช้สื่อและ


วัสดุกราฟิกประเภทใดบ้าง มีสัตว์สิ่งมีอะไรบ้าง เมื่ออดีตมีระบบนิเวศอย่างไร 


เป็นต้น
ขอขอบคุณ
อาจารย์ว่าที่เรือตรี ดร. อุทิศ บำรุงชีพ
ท่านจิรศักดิ์ แช่มชื่น วิทยากรให้การบรรยายความรู้
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานที่เเหล่งเรียนรู้


วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประวัติของคณะศึกษาสตร์


      คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ก่อตั้งมาพร้อมกับวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2498 เมื่อวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปี พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน จึงได้รับการเลื่อนวิทยะฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วย แต่วิทยาเขตบางแสน จนกระทั่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ได้รับการยกฐานเป็นมหาวิทยาลัยบูรพา ในปี พ.ศ. 2533 เมื่อมหาวิทยาลัยบูรพามีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ คณะศึกษาศาสตร์จึงมีฐานะเป็นคณะวิชาที่เป็นรูปแบบ จนถึงปัจจุบันนี้


ปรัชญาของคณะศึกษาศาสตร์
สุโข ปญฺญา ปฏิลาโภ
ความได้ปัญญา ให้เกิดสุข


ปณิธานของคณะศึกษาศาสตร์
ความรู้ดี มีคุณธรรม นำสังคม
อัตลักษณ์
สื่อสารเป็นเลิศ ประเสริฐน้ำใจ วินัยชั้นครู
วิสัยทัศน์
สถาบันชั้นนำในระดับนานาชาติที่ผลิตครูวิชาชีพ และบุคลากรทางการศึกษา ด้วยคุณภาพการจัดการศึกษาระดับสากล เป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการวิจัยแก่สังคม และประเทศ
พันธกิจ
1. ผลิตบัณฑิต และพัฒนากำลังคนทางด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง
2. วิจัยและพัฒนาเพื่อการสร้างองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ทางด้านศึกษาศาสตร์และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. ให้บริการวิชาการแก่สังคมทางด้านศึกษาศาสตร์ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อนำพาสู่สังคมอุดมปัญญา
4. พัฒนาคณะให้มีความเป็นเลิศ เข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้

ประเด็นยุทธศาสตร์
1. การผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ
2. การวิจัย และการสร้างองค์ความรู้
3. การบริการวิชาการแก่สังคมสู่สังคมอุดมปัญญา
4. การพัฒนาระบบบริหารจัดการ และบุคลากร

วันที่แปดกรกฎ ประเพณีวิ่งเขาสามมุข




       วิ่งประเพณีเขาสามมุขเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา โดยจัดให้มีขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม ของทุกปี


    เพื่อรำลึกถึงวันสถาปนามหาวิทยาลัย จะจัดให้ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้เข้าร่วมกิจกรรม ประเพณีนี้นิสิตที่นี่เค้าเล่ากันต่อๆมาว่าถ้าได้เรียนที่ ม.บูรพาจะต้องเข้าร่วมประเพณีวิ่งเขาสามมุข ถ้าไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ก็จะเรียนไม่จบ นี่เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ชาวบูรพาเล่าต่อๆกันมา โดยกิจกรรมการวิ่งประเพณีเขาสามมุขนี้จะเริ่มตั้งแต่ในยามเช้าตรู่โดยจะมีรถมารับนิสิตจากหน้าอาคาร ภปร.ไปส่งเชิงเขาสามมุขที่เป็นจุดสตาร์ท จากนั้นจะมีการปล่อยตัวนักวิ่ง ประเพณีเขาสามมุขสู่มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเส้นทางในการวิ่งจะวิ่งจากเขาสามมุขผ่านแหลมแท่น สู่ถนนเรียบชายหาดบางแสน ผ่านวงเวียนบางแสนเข้าสู่ถนนหน้ามหาวิทยาลัย จุดเส้นชัยจะอยู่ที่บริเวณสวนสวนเทา – ทอง 50 ปี จุดนี้เองเป็นจุดสำคัญสำหรับนิสิตอย่างเราๆ เพราะบริเวณเส้นชัยนี่เองที่มีความเชื่อมาหลายต่อหลายรุ่นแล้วว่าถ้าได้เหยียบตัว A ตรงคำว่า GOAL ผลการเรียนของเราก็จะได้ A ด้วย ถึงจะเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ทุกปีที่วิ่งประเพณีตัว A ก็จะถูกเหยียบจนสีจางไปเลยทีเดียว


   ในการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาก็เพื่อส่งเสริมให้นิสิตมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รู้รักสามัคคีแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้มีการมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะในการวิ่งเขาสามมุข เป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่นิสิตที่ชนะสามารถวิ่งจากเขาสามมุขมาถึงมหาวิทยาลัยเป็นคนแรกเมื่อวิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยแล้วจะได้ยินเพลงแห่งความภาคภูมิใจ นั่นคือ เพลง แปดกรกฎ


วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale

             เอดการ์ เดล (Edgar Dale) ได้จัดแบ่งสื่อการสอนเพื่อเป็นแนวทางในการอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสื่อโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงขั้นตอนของประสบการณ์การเรียนการสอน และการใช้สื่อแต่ละประเภทในกระบวนการเรียนการสอนด้วย โดยพัฒนาความคิดของ Bruner ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา นำมาสร้างเป็น กรวยประสบการณ์” (Cone of Experience) โดยแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้

1.ประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากของจริง เช่น การจับต้อง และการเห็น เป็นต้น
2.ประสบการณ์รอง เป็นการเรียนโดยให้ผู้เรียนเรียนจากสิ่งที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ซึ่งอาจเป็นการจำลองก็ได้
3.ประสบการณ์นาฏกรรมหรือการแสดง เป็นการแสดงบทบาทสมมติหรือการแสดงละคร เนื่องจากข้อจำกัดด้วย ยุคสมัยเวลา และสถานที่ เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวที่เป็นนามธรรม เป็นต้น
4.การสาธิต เป็นการแสดงหรือการทำเพื่อประกอบคำอธิบายเพื่อให้เห็นลำดับขั้นตอนของการกระทำนั้น
5.การศึกษานอกสถานที่ เป็นการเรียนการสอนจากประสบการณ์ต่าง ๆ
ภายนอกสถานที่เรียน อาจเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ การสัมภาษณ์บุคคลต่าง ๆ เป็นต้น
6.นิทรรศการ เป็นการจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ เพื่อให้สาระประโยชน์แก่ผู้ชม
โดยการนำประสบการณ์หลายอย่างผสมผสานกันมากที่สุด
7.โทรทัศน์ โดยใช้ทั้งโทรทัศน์การศึกษาและโทรทัศน์การสอนเพื่อให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้เรียนหรือผู้ชมที่อยู่ในห้องเรียนหรืออยู่ทางบ้าน
8.ภาพยนตร์ เป็นภาพที่บันทึกเรื่องราวลงบนฟิล์มเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ทั้งภาพและเสียงโดยใช้ประสาทตาและหู
9. การบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง อาจเป็นทั้งในรูปของแผ่นเสียง เทปบันทึกเสียง วิทยุ รูปภาพ สไลด์ ข้อมูลที่อยู่ในขั้นนี้จะให้ประสบการณ์แก่ผู้เรียนที่ถึงแม้จะอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็จะสามารถเข้าใจเนื้อหาได้
10.ทัศนสัญลักษณ์ เช่น แผนที่ แผนภูมิ หรือเครื่องหมายต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งของต่าง ๆ
11.วจนสัญลักษณ์ ได้แก่ตัวหนังสือในภาษาเขียน และเสียงพูดของคนในภาษาพูด





การใช้กรวยประสบการณ์ของเดล   เป็นการเริ่มด้วยการที่ให้ตัวผู้เรียนได้มีส่วนร่วมที่อยู่ในเหตการณ์ที่มีการกระทำจริงหรือเกิดขึ้นจริงเพื่อทำให้ตัวผู้เรียนได้มีเข้าถึงประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นจริงก่อน  แล้วจึงค่อยให้มีการเรียนรู้โดยการเฝ้าสังเกตในเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น  โดยเป็นลำดับขั้น ต่อไปของการได้รับประสบการณ์รองต่อจากนั้นจึงมีการเรียนการสอนด้วยจากการรับรู้ถึงประสบการณ์จริงโดยผ่านจากสื่อต่าง  ๆ ขั้นสุดท้ายของเขาเป็นการให้ผู้เรียนได้เรียนจากสัญลักษณ์ต่างๆซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นการสอนจากการกระทำ ภาพ นามธรรม